วันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

บันทึกครั้งที่ 5 วันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 11.30 -14.30

ความรู้ที่ได้รับ 

        วันนี้ในต้นชัวโมงแรกมีเพื่อนออกมานำเสนอถึงบทความเกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยออกมานำเสนอ 4 คน 



จากนั้นอาจารย์ให้จับกลุ่มทำงาน 7 คน ต่อ 4 กลุ่ม เพื่อวิเคราะเรื่องธรรมชาติและความต้องการของสังคมของเด็กปฐมวัย อาจารย์แจกกระดาษและเครื่องเขียนให้ทำเป็นมายแมพปิ้งและเอามานำเสนอหน้วชั้นเรียน ในแต่ล่ะกลุ่งจะได้หัวข้อที่แตกต่างกันทั้งด้าน ร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญา  กลุ่มของดิฉันได้หัวข้อเรื่อง  ด้านสติปัญญาและได้ออกมานำเสนอในกลุ่มสุดท้ายค่ะ




สุดท้ายนี้พอนำเสนอเสร็จหมดทุกกลุ่มแล้ว อาจารย์ก็มาสรุปเนื้อหาทั้งหมดที่นักศึกษานำเสนอให้เข้าใจมายิ่งขึ้นค่ะ

ประเมินตนเอง : เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจทำงานกลุ่ม
ประเมินเพื่อน : มาเรียนครบทุกคน และสามัคคีทำงานกลุ่ม
ประเมืนอาจารย์ : วันนี้เรียนสบายๆ ไม่เครียดมาก และอาจารย์สรุปเนื้อหาให้นักศึกษาได้ดีค่ะ

บันทึกครั้งที่ 4 วันจันทร์ ที่ 30 มกราคม 2560  เวลา 11.30 -14.30 

ความรู้ที่ได้รับ 

            วันนี้อาจารย์ให้ออกมานำเสนองานที่อาจารย์สั่งให้ทำในสัปดาห์ที่แล้ว มานำเสนอให้อาจารย์และเพื่อนๆได้ฟัง ของกลุ่มดิฉันนำเสนอในหัวข้อเรื่อง ทฤษฏีพัฒนาฏษรด้านจริยธรรมของโคลเบอร์ก



จริยธรรมออกเป็น 6 ขั้น โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับๆ ละ 2 ขั้น ดังนี้ 
ระดับจริยธรรม 
ระดับที่ 1. ระดับก่อนเกณฑ์สังคม (pre conventional level ) อายุ 2-10 ปี การที่เรียกระดับนี้ว่าก่อนเกณฑ์สังคม เพราะว่าเด็กในวัยนี้ยังไม่เข้าใจกฎเกณฑ์สังคม แต่จะรับกฎเกณฑ์ข้อกำหนดว่าอะไรดี ไม่ดี จากผู้มีอำนาจเหนือตน เช่น พ่อแม่ ครู หรือ เด็กที่โตกว่า จริยธรรมในระดับนี้ คือ หลีกเลี่ยงการลงโทษและคิดถึงผลตอบแทนที่เป็นประโยชน์ เช่น การแสวงหารางวัล

ระดับที่ 2. ระดับจริยธรรมตามกฎเกณฑ์สังคม (conventional morality) ช่วงอายุระหว่าง 10-20 ปี ผู้ที่อยู่ในช่วงอายุนี้ส่วนใหญ่สามารถที่จะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์สังคมเพราะรู้ว่าเป็นกฎเกณฑ์

ระดับที่ 3. ระดับจริยธรรมเหนือกฎเกณฑ์สังคม (post conventional level) โดยปรกติคนจะพัฒนาขึ้นมาถึงระดับนี้ หลังจากอายุ 20 ปี แต่จำนวนไม่มากนัก จริยธรรมระดับนี้จะอยู่เหนือกฎเกณฑ์สังคม กล่าวคือคนจะดีความหมายของหลักการและมาตรฐานทางจริยธรรมด้วยวิจารณญาณของตนเอง วิเคราะห์ด้วยตนเองก่อน โดยคำนึกถึงความสำคัญและประโยชน์เสมอภาคในสิทธิมนุษยชน โดยปรกติคนจะพัฒนาถึงระดับนี้มีจำนวนไม่มากนัก

ขั้นการใช้เหตุผลเชิงจริยธรรม 
ขั้นที่ 1. การเชื่อฟังและการลงโทษ (obedience and punishment orientation) พฤติกรรม “ดี” คือ พฤติกรรมที่ทำแล้วได้รางวัล พฤติกรรม “ไม่ดี” คือพฤติกรรมที่ทำแล้งได้รับการลงโทษ

ขั้นที่ 2. กฎเกณฑ์เป็นเครื่องมือเพื่อประโยชน์ของตนเอง (instrumental relativist orientation) เด็กจะเชื่อฟังหรือทำตามผู้ใหญ่ ถ้าคิดว่าตนเองจะได้รับประโยชน์ หรือได้รับความพึงพอใจ

ขั้นที่ 3. หลักการทำตามผู้อื่นเห็นชอบ (good boy nice girl orientation ) อายุ 9-13 ปี เป็นการทำตามกฎเกณฑ์ของสังคม เพื่อจะได้รับการยอมรับว่าเป็นเด็กดี

ขั้นที่ 4. หลักการทำตามกฎระเบียบสังคม (Law and order orientation) อายุ 14-20 ปี เป็นขั้นที่ยอมรับในอำนาจและกฎเกณฑ์ของสังคม พร้อมที่จะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของสังคม

ขั้นที่ 5. หลักการทำตามสัญญาสังคม (social contract orientation) เป็นขั้นที่เน้นความสำคัญของมาตรฐานทางจริยธรรมที่คนส่วนใหญ่ในสังคมยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องสมควรปฏิบัติตาม โดยพิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิซึ่งกันและกัน ในขั้นนี้สิ่ง ถูก-ผิด จะขึ้นอยู่กับค่านิยมและความคิดเห็นของแต่ละบุคคล


ขั้นที่ 6. หลักการทางจริยธรรมที่เป็นสากล (universal ethical principle orientation) ขั้นนี้เป็นขั้นที่แต่ละบุคคลเลือกที่จะปฏิบัติตามหลักการทางจริยธรรมด้วยตัวของมันเอง และเมื่อเลือกแล้วก็ปฏิบัติอย่างคงเส้นคงวา เป็นหลักการเพื่อมนุษยธรรม เพื่อความเสมอภาคในสิทธิมนุษยชน และเพื่อความยุติธรรมของมนุษย์ทุกคน 


พอนำเสนอจบอาจารย์จะให้เพื่อนๆถามคำถามที่เพื่อนไม่เข้าใจตรงไหนหรือสงใสในเรื่องใดที่นำเสนอให้พื่อนฟัง

ประเมินตนเอง : วันนี้มาเรียนตรงเวลา และตื่นเต้นกับการที่ได้ออกไปนำเสนอ
ประเมินเพื่อน : เพื่อนมาเรียนครบเกือบทุกคน ตั้งใจฟังที่เพื่อนคนอื่นๆนำเสนอเป็นอย่างดีค่ะ
ประเมินอาจารย์ : อาจารย์ให้คำปรึกษาในเรื่องการนำเสนอและคำแนะนำต่างๆ




บันทึกครั้งที่ 3 วันจันทร์ที่ 23 มกราคม 2560 เวลา 11.30-14.30 น.

 ความรู้ที่ได้รับ

             วันนี้ดิฉันมาเรียนตรงเวลาเหมือนเดิม อาจารย์สอนใน บทที่ 2 เรื่อง ทฤษฏีที่เกี่ยวกับการพัฒนาการของเด็กปฐมวัย   
-ทฤษฎีพัฒนาการด้านจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์
- ทฤษฎีพัฒนาการด้านจิตสังคมของอีริคสัน
- ทฤษฎีวุฒิภาวะของกีเซล 
- ทฤษฎีพัฒนาการด้านการรู้คิดของเพียเจท์
- ทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของโคลเบิร์ก
- ทฤษฎีพัฒนาการทางความคิดความเข้าใจของบรุนเนอร์ 

                                                                                                  

พออาจารย์สอนเสร็จ อาจาร์ก็ให้นักศึกษาจับกลุ่ม 6 คน เพื่อทำงานเรื่อง ทฤษฏีพัฒนาการของเด็กปฐมวัย ในแต่ล่ะหัวขอของนักทฤษฏี ทำเป็นพาวเวอร์พ้อยมาส่งและมานำเสนอให้อาจารย์และเพื่อนๆได้ฟัง กลุ่มของดิฉันได้หัวข้อเรื่อง ทฤษฏีพัฒนาการด้านจริยธรรมของโคลเบอร์ก




สุดท้ายของคาบเรียนอาจารย์ก็ให้นักศึกษาดูคริปพัฒนาการของเด็กปฐมวัยตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปี แล้วให้นักศึกษาสรุปส่งอาจารย์ทำใส่กระดาษรายงาน 1 หน้ากระดาษมาส่งอาจารย์ในสัปดาห์หน้า

ประเมินตนเอง : เข้าเรียนตรงเวลาค่ะ มีพูดคุยกับเพื่อนบ้าง 
ประเมินเพื่อน :  เพื่อนมาเรียนตรงเวลาบ้าง มาสายบ้าง และคุยกัน
ประเมินอาจารย์ : อาจารย์สอนสนุกไม่เคลียดเท่าไร

บันทึกครั้งที่ 2  วันจันทร์ ที่16 มกราคม 2560  เวลา 11.30-14.30 น.

ความรู้ที่ได้รับ                                                             

          วันนี้ดิฉันมาเรียนตรงเวลาได้ปั้มตัวปั้มสีเขียวค่ะ อาจารย์เริ่มการสอนในคาบที่ 2 เรียนบทที่ 1 เด็กปฐมวัยและพัฒนาการค่ะ ในบทเรียนหัวข้อและเนื้อหาความสำคัญดังนี้ค่ะ



-ความหมายของเด็กปฐมวัย
- ความสำคัญของเด็กปฐมวัย
- ธรรมชาติของเด็กปฐมวัย

-ความหมายของพัฒนาการ
- ลักษณะของพัฒนาการ
- ลักษณะทั่วไปของพัฒนาการเด็กปฐมวัย



- ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพัฒนาการเด็กปฐมวัย

- พัฒนาการของเด็กปฐมวัยตั้งแต่ปฏิสนธิจนถึง 6 ขวบ
- การเจริญเติบโตของทารกตั้งแต่ปฏิสนธิจนถึงแรกเกิดของเด็กปณมวัย
- การเจิญเติบโตตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ขวบ 
- พัฒนาการของเด็กปฐมวัยตั้งแต่
-แรกเกิดจนถึง 6 ขวบ
- พัฒนาการตามวัยของเด็กปฐมวัย
- ความต้องการของเด็กปฐมวัย
จากนั้นอาจารย์สอนเรื่อง ทฤษฏีพัฒนาและเด็กปฐมวัยจบ อาจารย์ก็เปิดคริปวีดีโอ 2 คริป คือ การปฏิสนธิของมนุษย์  และการผ่าคลอดของเด็กทารกค่ะ

ประเมินตนเอง : เข้าเรียนตรงเวลา พูดเล่นกับเพื่อนบ้าง
ประเมินเพื่อน  : เพื่อนมาเรียนครบเกือบทุกคน 
ประเมินอาจารย์ : วันนี้สอนสนุกค่ะ ไม่เครียดเท่าไร





          

บันทึกครั้งที่ 1วัน จันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2560 เวลา 11.30 - 14.30

ความรู้ที่ได้รับ
          
          เปิดเรียนมาเป็นคาบแรกของวิชาอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยที่อ.บาสสอน วันแรกอาจารย์ยังไม่เริ่มการเรียนการสอนอะไร แต่ให้ทำแบบทดสอบก่อนเรียนและแจกใบปั้มเวลาเข้าเรียนแล้วพูดถึงเกี่ยวกับรายละเอียดงานที่จะต้องทำส่งอาจารย์ในเทอมนี้ จากนั้นอาจารย์ก็เปิดโอกาศให้นักศึกษาถามคำถามคนล่ะหนึ่งข้อทุกคนที่เกี่ยวกับเรื่องการเรียน ส่วนตัวดิฉันถามอาจารย์ว่าในเทอมนี้จะมีการแข่งกีฬาสีมหาวิทยาลัยหรือเปล่าค่ะ พอทุกคนถามคำถามครบทุกคนแล้วอาจารย์ก็ปล่อยให้นักศึกษาทุกคนเลิกเรียน




ประเมินตนเอง  :เข้าเรียนตรงเวลาตั้งใจฟังที่อาจารย์สอนค่ะ
ประเมินเพื่อน   :เพื่องบางคนมาเรียนสายและมีบางคนที่ไม่มาเรียนค่ะ
ประเมินอาจารย์ : วันนี้อาจารย์สอนสนุกและไม่เครียดมาก เพราะเป็นคาบแรกของการเรียนวิชานี้