วันอังคารที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ครั้งที่ 13 วัน อังคาร ที่ 2 พฤษภาคม 2560 เวลา 11.30-14.30 น.

ความรู้ที่ได้รับ    


สำหรับวันนี้นะค่ะอาจารย์จะบอกแนวข้อสอบการสอบไฟนอล ในวิชารายวิชา และอาจารย์ก็จะปิดคอร์สการเรียนวิชาการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย แนวข้อสอบอาจารย์บอกประมาณคราวๆให้นักศึกษาให้ไปอ่านได้ตรงประเด็น มีข้อสอบ ข้อเขียน 2 ข้อ เเละ ข้อกาอีก 30 ข้อ
                                                                                                                                                                                                                                                                                                              และให้นักศึกษาถามอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับการเรียน ที่นักศึกษาสนใจและสงสัยในเรื่องใด




ประเมินตนเอง  วันนี้มาเรียนตรงเวลาตั่งใจฟังแนวข้อสอบและจดตามที่อาจารย์บอกวา่จะมีออกสอบค่ะ
  ประเมินเพื่อน  ทุกคนตั้งใจฟังที่อาจารย์บอกแนวขอสอบและมีแอบเล่นโทรศัพท์และไม่ฟัง
  ประเมินครูผู้สอน วันนี้อาจารย์บอกแนวข้อสอบได้ละเอียดและอธิบายได้ดี
ครั้งที่ 12 วันจันทร์ ที่ 24 เมษายน 2560  เวลา 11.30-14.30 น.

ความรู้ที่ได้รับ 
       
วันนี้มาเรียนตรงเวลาค่ะ อาจารย์เริ่มการสอนโดยการให้แต่ล่ะกลุ่มออกมานำเสนอ.ข้อมูลที่ไปสัมภาษณ์ครูสอนเด็กปฐมวัยที่โรงเรียนใดก็ได้  โดยให้สคริปต์ในการสัมภาษณ์ว่า  บทบาทหน้าที่ของเด็กปฐมวัย










กลุ่มของดิฉันได้ไปสัมภาษณ์ครูท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นแม่ของ สุพรทิพ ดำขำ ( พี่ซี) แม่เป็นเจ้าของเนอร์สเซอรี่และครูสอนเด็กปฐมวัย ที่ได้ไปสัมภาษณ์มานำเสนออธิบายหน้าชั้นเรียน








ช่วงสุดท้ายอาจารย์ได้อธิบายและสรุปถึงเนื้อหาที่แต่ล่ะกลุ่มมาออกมานำเสนอให้นักศึกษาได้เข้าใจมาขึ้น



ประเมินตนเอง  วันนี้มาเียนตรงเวลา ตั่งใจฟังที่เพื่อนออกมานำเสนอบางแอบเล่นโทรศัพท์บางค่ะ
ประเมินเพื่อน  เพื่อนบางคนไม่มาเรียน และเพื่อนหลายคนที่ตั่งใจเรียนฟังอาจารย์และเพื่อนออกมานำเสนองาน
ประเมินครูผู้สอน  อาจารย์อธิบายที่เพื่อนๆออกมานำเสนอให้เ้าใจมากยิ่งขึ้น

วันอาทิตย์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2560

ครั้งที่ 10 วัน จันทร์ ที่ 3  เมษายน  2560  เวลา 11.30-14.30 น.

ความรู้ที่ได้รับ

วันนี้เริ่มต้นการเรียนด้วยการให้เพื่อนออกมานำเสนอบทความการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย เพื่อนคนแรกนำเสนอ เรื่อง พัฒนาการตามอายุด้านการฟังเพื่อนคนที่สองนำเสนอ เรื่อง อย่าปล่อยให้พ่อแม่รังแกฉันเพื่อนคนที่สามนำเสนอ เรื่อง ควรให้เด็กนอนตอนกลางคืนนานเท่าไรเพื่อนคนที่สี่นำเสนอ เรื่อง มารยาทงดงมใครๆก็มีและคนที่ห้าคือตัวฉันดิเองนำเสนอใน เรื่อง การดูเเลเด็กปฐมวัยให้





            จากนั้นอาจารย์ก็เริ่มการสอนเนื้อหาเรื่อง หลักการจัดอาหารที่เหมาะสมกับเด็ก
4 เดือน ➨ นมจากแม่  5 เดือน ➨ น้ำฟักทอง น้ำแครอต  6 เดือน ➨ ข้าวบดผสมปลาหรือไข่ต้ม7 เดือน ➨ เพิ่มตับบดหรือน้ำแกงจืด  8-10 เดือน ➨ กินนมแม่และให้อาหารแทนนมแม่ได้ 2 มื้อ11-1 ปี ➨ ทานอาหารได้ในปริมาณที่เหมาะสม  1-3 ปี ➨ ก๋วยเตี๋ยวแต่ไม่ควรปรุงรสชาติที่เข้มข้น3-5 ปี ➨ ทานได้เหมือนผู้ใหญ่แต่รสชาติอ่อนๆยังคงรสธรรมชาติ และหลักการจัดเตรียมอาหาร
 


ประเมินตัวเอง       :วันนี้มาเรียนตรงเวลาค่ะตื่นเต้นกับการได้ออกไปนำเสนอหน้าชั้นเรียนมาค่ะ
ประเมินเพื่อน       : เพื่อนมาเรียนสายบ้างบางคนและตั้งใจเรียนบ้างมีคุยกันบ้าง
ประเมินครูผู้สอน : วันนี้อาจาร์สอนได้เข้าใจและมีการอธิบายเนื้อหาที่ทำให้เข้าใจง่ายค่ะ



วันเสาร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2560

ครั้งที่ 9 วัน จันทร์ ที่ 27 มีนาคม 2560 เวลา 11.30-14.30 น.

ความรู้ที่ได้รับ 

วันนี้ดิฉันมาเรียนสายนิดหนึ่งค่แต่ก็มาทันการนำเสนองานของเพื่อนๆค่ะ

คนแรกนำเสนอเรื่อง "ฝึกลูกแก้ไขปัญหาเป็น"                                                          คนที่สองนำเสนอเรื่อง  "พฤติกรรมของเด็กวัย 3 - 5 ปี"คนที่สามนำเสนอเรื่อง  "เลี้ยงลูกอย่างไรให้คิดเป็น"คนที่สี่นำเสนอเรื่อง "คาดหมายให้สูงและเป็นบวก"


ต่อมาอาจารย์ก็สอนเนื้อหาเรื่องเลี้ยงลูกอย่างไรให้สมองทำงานดี
1. กินอาหารดีดื่มน้ำมากนอนหลับเพียงพอ
2. กระตุ้นประสาทสัมผัสผ่านการลงมือทำ
3. เล่านิทานจัดหาหนังสือที่หลากหลายให้กับลูก
4. เล่นสี และทำงานศิลปะ
5. ทำกิจกรรม ดนตรี และการเคลื่อนไหว
6. เล่นกีฬา หรือ ออกกำลังกาย
7. ทำอาหารด้วยกัน
8. ปลูกผักสวนครัว
9. ใช้ชีวิตกับธรรมชาติ
10. เล่นบทบาทสมมติ
11. เล่นพัฒนาทักษะ การคิด
12. ฝึกลูกทำงานบ้านและรับผิดชอบหน้าที่ของตนเอง
13. เปิดโอกาสให้ลูกได้แก้ปัญหาด้วยตนเองบ้าง
14. สอนลูกให้มีจิตสาธารณะ
15. ให้การสนับสนุนสิ่งที่ลูกสนใจ
16. หลีกเลี่ยงการใช้สื่อ Online/Digital เมื่อมีลูกอยู่ข้างๆ
17. หลีกเลี่ยงการทำโทษลูกด้วยการใช้อารมณ์
18. สร้างบรรยากาศในครอบครัวให้สงบสุข
19. พูดคุยถึงอารมณ์และความรู้สึกกัน
20. กอด หอม ชดเชย
  
    หลังจากนั้นมีการทำงานกลุ่ม เกี่ยวกับบทบาทสมมติ การพัฒนาจริยธรรมให้เด็กปฐมวัย การจัดประสบการณ์เพื่อการพัฒนาคุณธรรมพื้นฐานเด็กปฐมวัย  การประหยัด อดออม   การพัฒนาคุณธรรมเด็กปฐมวัยเริ่มต้นที่หัวใจ 
กลุ่มของดิฉันแสดงเรื่อง การพัฒนาจริยธรรมให้เด็กปฐมวัย

                                       
  ประเมินตนเอง 
 สนุกสนานกับการแสดงบทบาทสมมติ  ตั้งใจทำงาน  ช่วยกันคิดและนำเสนองานที่ได้รับมอบหมาย
ประเมินเพื่อน 
 เพื่อนๆช่วยกันคิดบทบาทและแสดงออกมาได้อย่าง  น่าประทับใจทุกกลุ่ม
 ประเมินอาจารย์
อาจารย์น่ารักค่ะ สอนและอธิบายได้อย่างเข้าใจดี

ครั้งที่ 8 วันจันทร์ ที่ 20 มีนาคม 2560 เวลา 11.30-14.30 น


    วันนี้พวกเราทุกคนมีการสอบ อาจารย์ให้เข้าสอบตอน 12:00 น. 
 ข้อสอบมี 4 ข้อ ข้อ 
1) เป็นการอธิบายว่าเด็กแต่ละเดือนสามารถทำอะไรได้บ้างเขียนจนกระทั่งเด็กเดินได้คือเขียนจั้งแต่แรกเกิด - หนึ่งปีหกเดือน
2) จะมีสถานการณ์มาให้และให้เราเขียนสาเหตุ พฤติกรรม วิธีแก้ไข
3) การเลี้ยงดูเด็กสี่แบบให้เลือกแบบใดแบบหนึ่งนำมาอธิบาย และเขียนข้อดีข้อเสียข้อจำกัด
4) คิดกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนากสรของเด็กด้านต่างๆ


และหลังจากนั้น ก็ฟังเพื่อนๆทุกคนออกมาเล่าประสบการณ์การสังเกตุเด็กแต่ละห้อง เพื่อนๆเล่าได้น่าสนใจและหนูก็ได้ออกไปเล่าตื่นเต้นมาก 






  
 ประเมินตัวเอง 
        ตั้งใจทำข้อสอบมีบางข้อที่ไม่ไม่ค่อยได้ และสนุกมากในการออกไปเล่าประสบการณ์ที่ไปสังเกตการสอนกับเด็กๆ   
ประเมินเพื่อน 
       เพื่อนทุกคนตั้งใจการทำข้อสอบ และเพื่อนๆก็ออกไปเล่าประสบการณ์ค่ะ  
 ประเมินอาจารย์
         อาจารย์ให้คำปรึกษากับนักศึกษาที่ทำข้อสอบไป และมีการบอกว่าสัปดาห์หน้าต้องเรียนอะไรบ้างค่ะ

วันศุกร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2560

ครั้งที่ 6 วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560  เวลา 11.30-14.30 น.

ความรู้ที่ได้รับ

     วันนี้มีการนำเสนอบทความความจากเพื่อนๆก่อนจะเริ่มการเรียนค่ะ  อาจารย์สอนเนื้อหาเรื่องการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย ความสำคัญของพ่อแม่ในการอบรมเลี้ยงดู วิธีการอบรมเลี้ยงดูเด็ก 

ความหมายของการอบรมเลี้ยงดู
     การที่บิดามารดา ปฏิบัติต่อเด็กให้มีพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ซึ่งผู้อบรมต้องอบรมด้วยความรัก ความเข้าใจ และปรับวิธีการอบรมเลี้ยงดูเด็กอย่างเหมาะสมให้เข้ากับสภาพการเปลี่ยนแปลงของสังคม
ความสำคัญของพ่อแม่ในการอบรมเลี้ยงดู
     คุณภาพและประสิทธิภาพของมนุษย์ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของแต่ละคนตามวัยต่างๆ  โดยเฉพาะบุคคลในวัยทำงานนั้นมีคุณภาพและประสิทธิภาพเท่าใดก็ขึ้นอยู่กับการเรียนรู้
ความจำเป็นที่ต้องมีพ่อ
   1. เด็กต้องเห็นแบบอย่างของผู้ใหญ่ชาย
   2. พ่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกชาย
   3. เด็กผู้หญิงจะได้รับรู้บทบาทหน้าที่ของผู้ชาย
   4. พ่อช่วยปลูกฝังลักษณะทั่วไปให้แก่ลูก คือ ความเข้มแข็งบึกบึน
   5. พ่อที่สนิทสนมกับลูกชาย มีโอกาสที่จะพูดคุยกันอย่างลูกผู้ชาย
     







    

ความจำเป็นที่จะต้องมีแม่

   1. คอยดูแลลูกให้ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผน
    2. ช่วยปลูกฝังนิสัยการกินที่ดี
    3. สอนให้รักษาความสะอาด
    4. คอยฝึกฝนกิริยามารยาทที่ดีงาม
    5. สอนให้ลูกรู้จักเก็บรักษาสมบัติ ฝึกความเป็นระเบียบเรียบร้อย
   
 บทบาทหน้าที่ของพ่อแม่ในการอบรมเลี้ยงดู
   

     1. มีเจตนาที่ดีต่อเด็ก
     2.  สนองความต้องการของเด็กในทุกด้าน
     3.  ถ่ายทอดวัฒนธรรมประเพณีให้กับเด็ก
     4.  ปลูกฝังเจตคติที่ดีต่อบุคคลและสิ่งต่างๆ
     5. ส่งเสริมพัฒนาการทางสติปัญญา
     

 บทบาทพ่อแม่ที่ไม่เหมาะสม

   
 1. การตี
     2. การให้สินบน 
     3. การขู่
     4. การเยาะเย้ย
     5. การทำโทษรุนแรงเกินไป
     6. การล้อเลียน
     7. การคาดโทษ
     8. การกระทำให้ได้รับความเจ็บป่วย
     9. การทำให้ได้รับความอับอาย
     

    10. การเปรียบเทียบกับเด็กที่เล็กกว่า
     11. การโต้เถียง ขัดแย้ง
     12. การเข้มงวดเกินไป
     13. การปล่อยปะละเลย


ผลการประเมิน
 ประเมินตนเอง  วันนี้มาเรียนตรงเวลาค่ะ ตั้งใจเรียนบ้างช่วงแรกๆ แอบหลับและแอบเล่นโทรศัพท์ค่ะแต่ก็ตั้งใจเรียนในช่วงแรกนะค่ะ555
ประเมินเพื่อน  วันนี้มาเรียนครบเกือบทุกคนค่ะ เพื่อนมีคุยกันบางและเพื่อนตั้งใจเรียนบางคนและหลับ
ประเมินผู้สอน  วันนี้อาจารย์เต็มที่กับการสอนมา เนื้อหาครบ อธิบายได้ละเอียดและเข้าใจมากค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

บันทึกครั้งที่ 5 วันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 11.30 -14.30

ความรู้ที่ได้รับ 

        วันนี้ในต้นชัวโมงแรกมีเพื่อนออกมานำเสนอถึงบทความเกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยออกมานำเสนอ 4 คน 



จากนั้นอาจารย์ให้จับกลุ่มทำงาน 7 คน ต่อ 4 กลุ่ม เพื่อวิเคราะเรื่องธรรมชาติและความต้องการของสังคมของเด็กปฐมวัย อาจารย์แจกกระดาษและเครื่องเขียนให้ทำเป็นมายแมพปิ้งและเอามานำเสนอหน้วชั้นเรียน ในแต่ล่ะกลุ่งจะได้หัวข้อที่แตกต่างกันทั้งด้าน ร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญา  กลุ่มของดิฉันได้หัวข้อเรื่อง  ด้านสติปัญญาและได้ออกมานำเสนอในกลุ่มสุดท้ายค่ะ




สุดท้ายนี้พอนำเสนอเสร็จหมดทุกกลุ่มแล้ว อาจารย์ก็มาสรุปเนื้อหาทั้งหมดที่นักศึกษานำเสนอให้เข้าใจมายิ่งขึ้นค่ะ

ประเมินตนเอง : เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจทำงานกลุ่ม
ประเมินเพื่อน : มาเรียนครบทุกคน และสามัคคีทำงานกลุ่ม
ประเมืนอาจารย์ : วันนี้เรียนสบายๆ ไม่เครียดมาก และอาจารย์สรุปเนื้อหาให้นักศึกษาได้ดีค่ะ

บันทึกครั้งที่ 4 วันจันทร์ ที่ 30 มกราคม 2560  เวลา 11.30 -14.30 

ความรู้ที่ได้รับ 

            วันนี้อาจารย์ให้ออกมานำเสนองานที่อาจารย์สั่งให้ทำในสัปดาห์ที่แล้ว มานำเสนอให้อาจารย์และเพื่อนๆได้ฟัง ของกลุ่มดิฉันนำเสนอในหัวข้อเรื่อง ทฤษฏีพัฒนาฏษรด้านจริยธรรมของโคลเบอร์ก



จริยธรรมออกเป็น 6 ขั้น โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับๆ ละ 2 ขั้น ดังนี้ 
ระดับจริยธรรม 
ระดับที่ 1. ระดับก่อนเกณฑ์สังคม (pre conventional level ) อายุ 2-10 ปี การที่เรียกระดับนี้ว่าก่อนเกณฑ์สังคม เพราะว่าเด็กในวัยนี้ยังไม่เข้าใจกฎเกณฑ์สังคม แต่จะรับกฎเกณฑ์ข้อกำหนดว่าอะไรดี ไม่ดี จากผู้มีอำนาจเหนือตน เช่น พ่อแม่ ครู หรือ เด็กที่โตกว่า จริยธรรมในระดับนี้ คือ หลีกเลี่ยงการลงโทษและคิดถึงผลตอบแทนที่เป็นประโยชน์ เช่น การแสวงหารางวัล

ระดับที่ 2. ระดับจริยธรรมตามกฎเกณฑ์สังคม (conventional morality) ช่วงอายุระหว่าง 10-20 ปี ผู้ที่อยู่ในช่วงอายุนี้ส่วนใหญ่สามารถที่จะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์สังคมเพราะรู้ว่าเป็นกฎเกณฑ์

ระดับที่ 3. ระดับจริยธรรมเหนือกฎเกณฑ์สังคม (post conventional level) โดยปรกติคนจะพัฒนาขึ้นมาถึงระดับนี้ หลังจากอายุ 20 ปี แต่จำนวนไม่มากนัก จริยธรรมระดับนี้จะอยู่เหนือกฎเกณฑ์สังคม กล่าวคือคนจะดีความหมายของหลักการและมาตรฐานทางจริยธรรมด้วยวิจารณญาณของตนเอง วิเคราะห์ด้วยตนเองก่อน โดยคำนึกถึงความสำคัญและประโยชน์เสมอภาคในสิทธิมนุษยชน โดยปรกติคนจะพัฒนาถึงระดับนี้มีจำนวนไม่มากนัก

ขั้นการใช้เหตุผลเชิงจริยธรรม 
ขั้นที่ 1. การเชื่อฟังและการลงโทษ (obedience and punishment orientation) พฤติกรรม “ดี” คือ พฤติกรรมที่ทำแล้วได้รางวัล พฤติกรรม “ไม่ดี” คือพฤติกรรมที่ทำแล้งได้รับการลงโทษ

ขั้นที่ 2. กฎเกณฑ์เป็นเครื่องมือเพื่อประโยชน์ของตนเอง (instrumental relativist orientation) เด็กจะเชื่อฟังหรือทำตามผู้ใหญ่ ถ้าคิดว่าตนเองจะได้รับประโยชน์ หรือได้รับความพึงพอใจ

ขั้นที่ 3. หลักการทำตามผู้อื่นเห็นชอบ (good boy nice girl orientation ) อายุ 9-13 ปี เป็นการทำตามกฎเกณฑ์ของสังคม เพื่อจะได้รับการยอมรับว่าเป็นเด็กดี

ขั้นที่ 4. หลักการทำตามกฎระเบียบสังคม (Law and order orientation) อายุ 14-20 ปี เป็นขั้นที่ยอมรับในอำนาจและกฎเกณฑ์ของสังคม พร้อมที่จะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของสังคม

ขั้นที่ 5. หลักการทำตามสัญญาสังคม (social contract orientation) เป็นขั้นที่เน้นความสำคัญของมาตรฐานทางจริยธรรมที่คนส่วนใหญ่ในสังคมยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องสมควรปฏิบัติตาม โดยพิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิซึ่งกันและกัน ในขั้นนี้สิ่ง ถูก-ผิด จะขึ้นอยู่กับค่านิยมและความคิดเห็นของแต่ละบุคคล


ขั้นที่ 6. หลักการทางจริยธรรมที่เป็นสากล (universal ethical principle orientation) ขั้นนี้เป็นขั้นที่แต่ละบุคคลเลือกที่จะปฏิบัติตามหลักการทางจริยธรรมด้วยตัวของมันเอง และเมื่อเลือกแล้วก็ปฏิบัติอย่างคงเส้นคงวา เป็นหลักการเพื่อมนุษยธรรม เพื่อความเสมอภาคในสิทธิมนุษยชน และเพื่อความยุติธรรมของมนุษย์ทุกคน 


พอนำเสนอจบอาจารย์จะให้เพื่อนๆถามคำถามที่เพื่อนไม่เข้าใจตรงไหนหรือสงใสในเรื่องใดที่นำเสนอให้พื่อนฟัง

ประเมินตนเอง : วันนี้มาเรียนตรงเวลา และตื่นเต้นกับการที่ได้ออกไปนำเสนอ
ประเมินเพื่อน : เพื่อนมาเรียนครบเกือบทุกคน ตั้งใจฟังที่เพื่อนคนอื่นๆนำเสนอเป็นอย่างดีค่ะ
ประเมินอาจารย์ : อาจารย์ให้คำปรึกษาในเรื่องการนำเสนอและคำแนะนำต่างๆ




บันทึกครั้งที่ 3 วันจันทร์ที่ 23 มกราคม 2560 เวลา 11.30-14.30 น.

 ความรู้ที่ได้รับ

             วันนี้ดิฉันมาเรียนตรงเวลาเหมือนเดิม อาจารย์สอนใน บทที่ 2 เรื่อง ทฤษฏีที่เกี่ยวกับการพัฒนาการของเด็กปฐมวัย   
-ทฤษฎีพัฒนาการด้านจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์
- ทฤษฎีพัฒนาการด้านจิตสังคมของอีริคสัน
- ทฤษฎีวุฒิภาวะของกีเซล 
- ทฤษฎีพัฒนาการด้านการรู้คิดของเพียเจท์
- ทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของโคลเบิร์ก
- ทฤษฎีพัฒนาการทางความคิดความเข้าใจของบรุนเนอร์ 

                                                                                                  

พออาจารย์สอนเสร็จ อาจาร์ก็ให้นักศึกษาจับกลุ่ม 6 คน เพื่อทำงานเรื่อง ทฤษฏีพัฒนาการของเด็กปฐมวัย ในแต่ล่ะหัวขอของนักทฤษฏี ทำเป็นพาวเวอร์พ้อยมาส่งและมานำเสนอให้อาจารย์และเพื่อนๆได้ฟัง กลุ่มของดิฉันได้หัวข้อเรื่อง ทฤษฏีพัฒนาการด้านจริยธรรมของโคลเบอร์ก




สุดท้ายของคาบเรียนอาจารย์ก็ให้นักศึกษาดูคริปพัฒนาการของเด็กปฐมวัยตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปี แล้วให้นักศึกษาสรุปส่งอาจารย์ทำใส่กระดาษรายงาน 1 หน้ากระดาษมาส่งอาจารย์ในสัปดาห์หน้า

ประเมินตนเอง : เข้าเรียนตรงเวลาค่ะ มีพูดคุยกับเพื่อนบ้าง 
ประเมินเพื่อน :  เพื่อนมาเรียนตรงเวลาบ้าง มาสายบ้าง และคุยกัน
ประเมินอาจารย์ : อาจารย์สอนสนุกไม่เคลียดเท่าไร

บันทึกครั้งที่ 2  วันจันทร์ ที่16 มกราคม 2560  เวลา 11.30-14.30 น.

ความรู้ที่ได้รับ                                                             

          วันนี้ดิฉันมาเรียนตรงเวลาได้ปั้มตัวปั้มสีเขียวค่ะ อาจารย์เริ่มการสอนในคาบที่ 2 เรียนบทที่ 1 เด็กปฐมวัยและพัฒนาการค่ะ ในบทเรียนหัวข้อและเนื้อหาความสำคัญดังนี้ค่ะ



-ความหมายของเด็กปฐมวัย
- ความสำคัญของเด็กปฐมวัย
- ธรรมชาติของเด็กปฐมวัย

-ความหมายของพัฒนาการ
- ลักษณะของพัฒนาการ
- ลักษณะทั่วไปของพัฒนาการเด็กปฐมวัย



- ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพัฒนาการเด็กปฐมวัย

- พัฒนาการของเด็กปฐมวัยตั้งแต่ปฏิสนธิจนถึง 6 ขวบ
- การเจริญเติบโตของทารกตั้งแต่ปฏิสนธิจนถึงแรกเกิดของเด็กปณมวัย
- การเจิญเติบโตตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ขวบ 
- พัฒนาการของเด็กปฐมวัยตั้งแต่
-แรกเกิดจนถึง 6 ขวบ
- พัฒนาการตามวัยของเด็กปฐมวัย
- ความต้องการของเด็กปฐมวัย
จากนั้นอาจารย์สอนเรื่อง ทฤษฏีพัฒนาและเด็กปฐมวัยจบ อาจารย์ก็เปิดคริปวีดีโอ 2 คริป คือ การปฏิสนธิของมนุษย์  และการผ่าคลอดของเด็กทารกค่ะ

ประเมินตนเอง : เข้าเรียนตรงเวลา พูดเล่นกับเพื่อนบ้าง
ประเมินเพื่อน  : เพื่อนมาเรียนครบเกือบทุกคน 
ประเมินอาจารย์ : วันนี้สอนสนุกค่ะ ไม่เครียดเท่าไร





          

บันทึกครั้งที่ 1วัน จันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2560 เวลา 11.30 - 14.30

ความรู้ที่ได้รับ
          
          เปิดเรียนมาเป็นคาบแรกของวิชาอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยที่อ.บาสสอน วันแรกอาจารย์ยังไม่เริ่มการเรียนการสอนอะไร แต่ให้ทำแบบทดสอบก่อนเรียนและแจกใบปั้มเวลาเข้าเรียนแล้วพูดถึงเกี่ยวกับรายละเอียดงานที่จะต้องทำส่งอาจารย์ในเทอมนี้ จากนั้นอาจารย์ก็เปิดโอกาศให้นักศึกษาถามคำถามคนล่ะหนึ่งข้อทุกคนที่เกี่ยวกับเรื่องการเรียน ส่วนตัวดิฉันถามอาจารย์ว่าในเทอมนี้จะมีการแข่งกีฬาสีมหาวิทยาลัยหรือเปล่าค่ะ พอทุกคนถามคำถามครบทุกคนแล้วอาจารย์ก็ปล่อยให้นักศึกษาทุกคนเลิกเรียน




ประเมินตนเอง  :เข้าเรียนตรงเวลาตั้งใจฟังที่อาจารย์สอนค่ะ
ประเมินเพื่อน   :เพื่องบางคนมาเรียนสายและมีบางคนที่ไม่มาเรียนค่ะ
ประเมินอาจารย์ : วันนี้อาจารย์สอนสนุกและไม่เครียดมาก เพราะเป็นคาบแรกของการเรียนวิชานี้